All posts by administrator

อดีตหัวหน้ากองปราบฯ ลั่น รับมิได้มองเห็นคลิป คฝ.กระทืบประชาชนมือเปล่า

ร้านพวงหรีด ดอกไม้สด aorest เสนอข่าว  วันนี้ (11 ส.ค. 64) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ อดีตผู้บังคับการกองปราบปรามแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อการบริหารจัดการผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมาว่า หลังได้เห็นคลิปวิดีโอ ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.) กรูกันเข้ารุมกระทืบประชาชนมือเปล่าแล้วรับไม่ได้จริงๆ และ อีกคลิปที่ตะโกนสั่งด้วยอารมณ์เดือดดาลให้นักข่าวมาเก็บภาพตำรวจที่โดนยิงอ้างว่าประชาชนทำนั้นแย่มาก สื่อมวลชนทำหน้าที่ของเขาตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องไม่ก้าวก่ายกัน ถามตัวเองก่อน เราตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามจริยธรรมตำรวจ ตามหลักสากลที่นานาอารยประเทศเขาทำกันแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ยังระบุว่า การชุมนุม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และการชุมนุมที่กระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ยิ่งย่อมเป็นสิทธิอันพึงมีของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ไม่มีกฎหมายใดที่จะมาห้ามการชุมนุมดังกล่าว ถึงแม้รัฐเองจะอ้าง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ.ใดๆ ก็ตาม แต่รัฐจะต้องใช้ในการควบคุมเท่านั้นมิใช่ใช้ในการปราบปราม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบ จะต้องอำนวยความสะดวก และจัดให้มีพื้นที่การชุมนุม ตามที่ผู้ชุมนุมร้องขอ จากเหตุการณ์หรือคำร้องต่างๆ ซึ่งความผิดถ้าจะมี ก็คือต้องเกิดจากการที่การชุมนุมนั้นไม่เป็นอย่างที่ขอ

“แต่ในการชุมนุม 2 ครั้งล่าสุด เรากลับพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้มาตรการหนัก ห้ามไม่ให้เกิดการชุมนุมโดยเด็ดขาด กองกำลังควบคุมฝูงชนของรัฐได้ใช้ยุทธวิธีตำรวจเปิดฉากปิดและยึดคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมด้วยเครื่องไม้เครื่องมือสารพัด ยิ่งในการสลายผู้ชุมนุม ก็มีอาวุธปืนลูกยาง ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งใช้อย่างผิดหลักสากล มิหนำซ้ำยังเปิดฝ่ายเปิดฉากยั่วยุให้มวลชนปะทะ นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของการทำหน้าที่ตำรวจ

 

“เท่าที่ติดตามการชุมนุม ผมได้พบว่า ตำรวจจะทำเพียงการประกาศเตือนว่าผู้ชุมนุมได้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและจะมีการปราบปรามจับกุม จากนั้นก็เริ่มปฏิบัติการทันที โดยที่มิได้มีการเข้าเจรจาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมในรูปแบบอื่น กรณีดังกล่าวนี้ ในฐานะที่เคยเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้ควบคุมฝูงชนมาก่อน ตลอดจนเคยเป็นผู้ฝึกสอนในวิชาดังกล่าวด้วย เห็นว่าเป็นการลัดขั้นตอนการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชน มิได้ดำเนินการจากเบาไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อันน่าจะขัดต่อหลักการสากล ตลอดจนในเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุอีกว่า การชุมนุมโดยปราศจากอาวุธคือหลักการพื้นฐานที่ทั่วทั้งโลกมีให้การรับรอง และประชาชนผู้มาชุมนุมนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ทรงสิทธิ นี่คือหลักแรกที่รัฐจะต้องเข้าใจและบริการอำนวยการจัดการ หากรัฐบาลจะยังใช้อำนาจในการจัดการกับการชุมนุมที่เห็นต่างและทุกข์ร้อนจากการบริหารจัดการของรัฐ ตำรวจควรจะต้องดูแลผู้ชุมนุมเพื่อตอบสนองความต้องการในข้อเรียกร้องและมีการเจรจาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามิได้กระทำตามตามนั้น เช่นที่ปรากฏ ทั้ง 2 ครั้ง กลับใช้ความรุนแรงด้วยการมีอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าเข้าปราบปรามโดยอ้างว่าชอบธรรม และเหตุเช่นนี้เองที่จะทำให้ผู้ชุมนุมซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ระบายอารมณ์ และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ดังที่ปรากฏ เช่น ป้ายสีชื่อองค์กร การเผาตู้ยาม และอาจจะถึงการเผาสถานีตำรวจอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา และอันนี้ถือได้ว่า เป็นการทำลายประเทศชาติด้วยน้ำมือของรัฐบาลเองใช่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เผาทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรจะดำเนินการสืบสวนให้ได้ความแน่ชัด ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเป็นใครกันแน่ เพราะการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ มิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สามารถเรียนรู้ได้ว่า ผู้กระทำการที่อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์อย่างไรเกิดขึ้น นี่ยังไม่นับการตอบโต้กลับของผู้ชุมนุมจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้ว และในการหากลุ่มผู้กระทำผิดก็ต้องแยกให้ชัดในสองเหตุนี้ด้วย

 

“ในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจผู้เคยปฏิบัติงาน เห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควรที่จะทบทวนการทำงานให้เป็นไปด้วยหลักการสากล การใช้ข้อกฏหมายระเบียบที่ชอบด้วยกฏหมาย หลักสิทธิมนุษยชนรวมถึงมนุษยธรรม โดยต้องเจรจาก่อนเป็นสำคัญ จะได้รู้ความต้องการของประชาชน อันเป็นผู้ทรงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องบริการ

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปตำรวจขนานใหญ่ ให้เป็นตำรวจที่มีหัวใจประชาธิปไตย อำนวยความสะดวกให้ประชาชน มิใช่ขัดขวางสิทธิที่ประชาชนมี อย่างการปราบปราม จับกุม ใช้กฎหมายสารพัดจัดการเหมือนเห็นประชาชนเป็นศัตรูแบบที่ทำอยู่ในเวลานี้ เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจควรได้รับการฟื้นฟู ออกมาเดินดู มารับฟังประชาชนบ้างว่า วันนี้ ประชาชนเขามอง เขารู้สึกอย่างไรกับตำรวจ” พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุ

 

10 สถิติของ “ลิโอเนล เมสซี” กับ บาร์เซโลนา ภายหลังจากย้ายซบ PSG

ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนตินา ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้

เกียรติยศในแง่รางวัลทั้งกับสโมสรและราวัลส่วนตัวนั้นมากมาย ซึ่งรวมถึงรางวัล บัลลงดอร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6 สมัยด้วย

“เมสซี” จำต้องอำลาสโมสรไป แต่คงไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจเพราะเขาเดินออกมาในฐานะผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล พร้อมกับฝากความทรงจำและประวัติศาสตร์เอาไว้มากมาย ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็คงยากที่จะมีใครมาลบเลือนมันลงไปได้

นี่คือ 10 สถิติที่ ลิโอเนล เมสซี ฝากเอาไว้ใน คัมป์ นู แห่งนี้ หลังจากที่เข้าย้ายไปร่วมทีมใหม่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นที่เรียบร้อย

1) ดาวซัลโวตลอดกาล: เมสซี เป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของ บาร์เซโลนา ด้วยสถิติ 672 ประตู

2) ลงเล่นมากที่สุด: เขาลงเล่นให้สโมสร 778 นัด มากกว่าอันดับสอง ชาบี เอร์นานเดซ อยู่ถึง 11 นัด

3) ทำประตูได้มากที่สุดให้กับสโมสรเดียว: จำนวน 672 ประตูในทุกการแข่งขันของเขา นั้นมากกว่าใคร

4) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในฤดูกาลเดียวในทุกการแข่งขัน: ชาว อาร์เจนตินา ยิงได้ 73 ประตูในฤดูกาล 2011/12

5) ดาวซัลโว เอล กลาซิโก้: เมสซี ยิงประตูใส่ เรอัล มาดริด คู่แข่งตลอดกาลของพวงเขาได้ถึง 26 ประตู

6) แฮตทริคมากที่สุด: กองหน้ารายนี้ทำแฮตทริกได้ 48 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

7) ประตูที่ทำได้มากที่สุดในปีปฏิทินเดียว: ในปี 2012 เขามีสถิติการทำประตูอันแสนอัศจรรย์ด้วยจำนวนรวม 91 ประตู ซึ่งไม่ใช่แค่สถิติของสโมสรเท่านั้น แต่ยังเป็นสถิติโลกลง กินเนสส์ บุ๊ค อีกด้วย

8) ประตูที่ทำได้มากที่สุดจากการยิงฟรีคิก: นักเตะวัย 34 ปีรายนี้ยิงได้ 50 ประตูจากฟรีคิก

9) ประตูในบ้านมากที่สุดเกมเหย้ามากที่สุดในฤดูกาลเดียว: เมสซี ฝากผลงานไว้ 46 ประตูที่ คัมป์ นู ในทุกการแข่งขันในฤดูกาล 2011/12 – ซึ่งมากที่สุดในหมู่ผู้เล่น บาร์เซโลนา

10) ประตูสูงสุดที่ทำได้ในรายการ โจน กัมเปร์: ด้วยจำนวนรวม 9 ประตู

งานแตกหน่ออีก! บาร์เซโลน่า กุมขมับทันที “อเกวโร่” เจ็บต้องหยุดไม่มีกำหนด 3 เดือน

บาร์เซโลน่า ชมรมยักษ์ใหญ่ที่ ลาลีกา สเปน ต้องพบกับข่าวไม่ดีต่อเนื่องล่าสุด เซร์คิโอ อเกวโร่ แผงหน้ากลุ่มชาติอาร์เจนติน่า ที่เพิ่งจะย้ายมาร่วมทีมต้องโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนัก จากการรายงานของ 90min.com เว็บไซต์ดังในโลกลูกหนัง

โดย ดาวเตะฟ้าขาววัย 33 ปี พึ่งจะย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเมื่อซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ ก่อนเปิดฉากสนามในเกมฝึกซ้อมเจอกับ ยูเวนเหม็นตุส แล้วได้รับบาดเจ็บซึ่งพื้นฐานกลุ่มคาดว่าจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาพัก 3-4 อาทิตย์

อย่างไรก็ดีผลสแกนจากกลุ่มแพทย์เผยว่า เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นบริเวณน่อง ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษานานถึง 3 เดือน (ราวๆ 10 อาทิตย์) นั่นพอๆกับว่าเจ้าตัวจะฟิตกลับมาลงสู่สนามช่วยกลุ่มได้ต้องคอยถึงช่วงพ.ย. เลยทีเดียว

สำหรับ บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมหนักในช่วงก่อนถึงพ.ย. โดยจะมีทั้งเกมที่ต้องไปเยือน แอต.มาดริด, เยือน เรอัล มาดริด แถมในช่วงฤดูกาลนี้กลุ่มยังต้องมาเสีย ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากัปตันกลุ่มคนเก่งข้างหลังเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างมากไม่สามารถที่จะต่อสัญญากับลำแข้งสำคัญได้แม้เจ้าตัวจะยอมลดค่าจ้างลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม

ด้าน โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมฟุตบอลเผยว่า “มันห่วยที่เขาได้รับบาดเจ็บในเช้าวันนี้ ที่ผ่านมา เขาฝึกหัดเจริญ แล้วก็เขาสามารถมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากต่อกลุ่มที่จะก้าวไปข้างหน้าไปกับเรา”

เรามาส่งนาย! แฟนบอลบาร์ซ่ารวมกลุ่มหน้าคัมป์นูส่ง “เมสซี่” หนสุดท้าย

ถือได้ว่านักเตะที่ทรงอิทธิพลต่อสโมสรมากไม่น้อยเลยทีเดียวทีเดียวสำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกกลุ่มชาติอาร์เจนตินา ที่ปัจจุบันเจ้าตัวออกมาแถลงข่าวล่ำลาต้นสังกัด บาร์เซโลน่า ที่ศึก ลา ลีกา สเปน อย่างเป็นทางการ

โดยในงานแถลงข่าวเจ้าตัวเผยว่า “ผมเชื่อว่าจะได้อยู่ที่ บาร์เซโลน่า เนื่องจากตรงนี้เป็นบ้านของผม บ้านของพวกเรา ผมอยากอยู่กับ บาร์ซ่า ต่อ และก็โน่นเป็นแผนที่ผมวางเอาไว้ก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่ว่าวันนี้ผมจำเป็นต้องบอกลาตรงนี้”

“ผมเคยจินตนาการถึงการลาจากสโมสรที่นี้ซึ่งมันจะเป็นวันสุดท้ายในอาชีพค้าหน้าแข้งของผม ผมมีความรู้สึกว่าแฟนบอลจะมากันเต็มสนามคัมป์ นู เพื่อกล่าวลาอย่างเหมาะสม แต่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมา” ต่อจากนั้น จอมบุกวัย 34 ปี ก็เริ่มร้องไห้หนัก

แม้กระนั้น หลังจากการลงข่าว แฟนบอลอาซูลกราน่า จำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คน ตกลงใจมารวมตัวกันที่หน้าสนาม คัมป์ นู ก่อนพร้อมใจกันตะเบ็งขอบคุณมาก และก็กล่าวลา เป็นการส่งหน้าแข้งขวัญใจของพวกเขา

ในช่วงเวลาที่บางส่วนตกลงใจวิ่งตามรถยนต์ที่เจ้าตัวขับออกมาจากสนามเพื่อที่จะได้มองเห็นหน้าของ ลิโอเนล เมสซี่ แบบใกล้ชิดเป็นครั้งสุดท้าย หลังหลังจากนี้จะไม่มีชื่อของนักเตะที่เป็นตำนานของสโมสรในกลุ่มอีกต่อไปแล้ว

สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักเตะเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุเพียงแต่ 13 ปี ก่อนก้าวขึ้นสู่กลุ่มชุดใหญ่ในปี 2003 มีสถิติลงเล่นให้กับสโมสรไปทั้งมวล 778 นัดหมาย ทำเป็น 672 ประตู กวาดแชมป์รางวัลต่างๆมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่แชมป์ลา ลีกา 10 ยุค, แชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 ยุค, แชมป์สโมสรโลก 3 ยุค และก็ แชมป์โคขว้าง เดล เรย์ 7 ยุค ยังไม่รวมรางวัลส่วนตัวอีกมาก

คนงามได้เฮ! ปีทองของ “ฮุยเทมา” วันเดอร์คิดสาวแคนาดาซิวทองโอลิมปิก

นับว่าเป็นปีทองของสาวสวยยอดนักฟุตบอลคนนี้จริงๆสำหรับ ยอร์ดีน ฮุยเทมา วันเดอร์คิดแม่เนื้อนิ่มทีมชาติแคนาดา

เมื่อปัจจุบัน แนวรุกวัย 20 ปี ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับทีมชาติฟุตบอลหญิงแคนาดา คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการชนะในช่วงดวลจุดลูกโทษเหนือ ทีมชาติประเทศสวีเดน 3-2 ข้างหลังใน 120 นาทีเสมอกันแบบสุดใกล้เคียง 1-1

ซึ่งให้ย้อนไปก่อนหน้าโอลิมปิกจะเริ่ม ฮุยเทมาก็พึ่งจะครอบครองแชมป์ฟุตบอลลีกหญิงของฝรั่งเศสกับสังกัดเดิมอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาแล้ว พูดได้ว่าบรรลุผลสำเร็จใน 2 รายการใหญ่ด้านในฤดูกาลเดียวกันไปเลย

สำหรับ สาวน้อยฮุยเทมา มั่นใจว่าแฟนกีฬาฟุตบอลคนจำนวนไม่น้อยบางทีก็อาจจะพอรู้จักเธอ จากการที่เป็นหวานใจของ อัลฟอนโซ เดวีส์ ตัวริมเส้นสุดจี๊ดของ บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีทีมชาติแคนาดา พูดได้ว่าตลอด 4 ปีที่ เดวีส์ รวมทั้ง ฮุยเทมา คบกัน ทั้งคู่นับว่าเป็นคนรักนักฟุตบอลระดับการเกิดของชาวแคนาดาที่สื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ต้อนรับอบอุ่น! “เอริคบวงสรวง” เข้ารายงานตัวกับอินเตอร์ฯ

คริสเตียน อิริคสังเวย กลับมารายงานตัวกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมเจอหน้าเพื่อนๆในกลุ่ม รอประเมินว่ากลับมาลงในสนามได้ไหม

คริสเตียน อิริคสังเวย เดินทางกลับมาเจอหน้าเพื่อนๆใน อินเตอร์ มิลาน เป็นหนแรกนับตั้งแต่ที่เกิดสภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ก่อนจะเข้ารับการตรวจว่าเขาจะกลับมาลงในสนามได้ไหม

อินเตอร์ มิลาน คำแถลงยืนยันการกลับมาของ เอริคสังเวย สู่ชมรมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระทึก หัวใจหยุดเต้นระหว่างเกมยูโร 2020 ที่รับใช้ เดนมาร์ก ในเกมเจอ ประเทศฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนก่อนหน้านี้ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทุกคนที่ชมรม แต่ หลังจากนี้นักเตะจะกลับไปรักษาตัวต่อที่โคเปนเฮเก้นคำแถลงจากชมรมระบุ “อิริคสังเวย ที่ทักผู้จัดการทีม ผู้ฝึกสอน เพื่อนร่วมกลุ่มรวมทั้งสตาฟฟ์ทุกคนที่นั่น สบายดีรวมทั้งสภาพร่างกายกับจิตใจของเขาก็เยี่ยม”

“อิริคสังเวย จะทำตามโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายดังที่หมอชาวเดนมาร์กเสนอ ซึ่งพวกเขาจะคอยประสานงานการรักษาที่จะตามมารวมทั้งจะคอยแจ้งข้อมูลให้ข้างแพทย์ของ อินเตอร์ ทราบ”

ก่อนหน้าที่ผ่านมา มีกล่าวว่า ในกรณีของ เอริคสังเวย บางทีอาจมิได้รับอนุญาตให้ลงเล่นฟุตบอลในอิตาลี ถ้าเกิดมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจในร่างกาย เนื่องจากว่ากฎของฟุตบอลอิตาลีห้ามไม่ให้นักเตะที่มีเครื่องมือดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตัวลงในสนาม ต่างจากลีกอื่นของยุโรป

ขอขอบคุณมาก

เจ้าของงานสุดช้ำ! ประเทศสเปน เฉือน ญี่ปุ่น ต่อเวลา 1-0 ทะลุชิงทองคำลูกหนังโอลิมปิก

การแข่งขันฟุตบอล โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง “ซามูไรบลู” กลุ่มชาติญี่ปุ่น เจอกับ “กระทิงดุ” ประเทศสเปน ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 3 เดือนสิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาเพียงแต่ 6 นาที ประเทศสเปน แทบได้ทางออกนำ ดานี่ โอลบด ลากขึ้นทางด้านซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง ไม่เกล เมริโน่ ได้โหม่งจ่อๆข้ามคานออกข้างหลังไป

นาทีที่ 11 เจ้าถิ่นแทบได้แบบเดียวกันจากจังหวะที่ ไดอิชิ ฮายาชิ ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนซัดข้ามคานออกไป แต่ว่าจังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าย้อนหลังว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
นาทีที่ 31 กลุ่มเยือนแทบได้อีกคราวจากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล ได้บอลในเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาบอลพุ่งบินข้ามคานออกข้างหลังไปอีก

นาทีที่ 42 “ซามูไรบลู” ได้สวนบ้าง ทาเคฟุสะ ลุกโบะ ลากบอลหลุดเข้าเขตโทษก่อนเปิดไปหน้าประตูให้ เรโอ ฮาตาเตะ ยิงจ่อๆติดแนวรับออกข้างหลังไป หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 51 เจ้าของบ้านสบโอกาสอีกคราวจากจังหวะที่ เรโอ ฮาตาเตะ เก็บบอลได้หน้าเขตโทษก่อนไหลให้ ไดอิชิ ฮายาชิ ซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างโชคร้ายนาทีที่ 56 เกมต้องหยุดเหตุเพราะผู้ตัดสินเป่าจุดโทษให้กับ ประเทศสเปน ข้างหลังคิดว่า มายะ โยชิดะ ไปเสียบ ไม่เกล เมริโน่ ล้มลง อย่างไรก็ดีภายหลังที่เช็ค VAR แล้ว ปรากฏว่า ปราการหลังญี่ปุ่น เสียบโดนบอลก่อน

นาทีที่ 76 “กระทิงดุ” แทบได้ประตูแบบสุดๆเปดรี เปิดบอลไปแฉลบ อาโอะ ทานากะ บอลไปเข้าทาง ราฟา มีร์ ได้หลุดโดดเดี่ยวเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ว่า โคเซะ ทานิ ออกมาบล็อกไว้ได้ทัน

ด้านหลังเกม ประเทศสเปน โหมบุกหนักรวมทั้งแทบได้บ่อยจาก ไม่เกล โอยาร์ซาบัล รวมทั้ง ราฟา มีร์ แต่ว่าก็ยังไม่อาจจะจ่ายบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ จบ 90 นาที เสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 120 นาที
นาทีที่ 115 ประเทศสเปน มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไม่เกล โอยาร์ซาบัล จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ มาร์โก อเซนซิโอ้ กลับแล้วปั่นด้วยซ้ายเสียบเสาสองเข้าไปเด็ดขาด

จบเกม ประเทศสเปน เชือดเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 1-0 ผ่านไปสู่รอบชิงเหรียญทอง โดยจะไปพบกับ “แชมป์เก่า” กลุ่มชาติบราซิล ในวันเสาร์ที่ 7 เดือนสิงหาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งคู่กลุ่ม
ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : โคเซะ ทานิ – ยูตะ นากายาม่า, โค อิตาลุกระ, มายะ โยชิดะ, ฮิโรกิ ซากาอิ – วาตารุ เอนโดะ, อาโอะ ทานากะ – เรโอ ฮาตาเตะ, ริตสึ โดอัน, ทาเคฟุสะ ลุกโบะ – ไดอิชิ ฮายาชิ
ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิมอน – มาร์ค กูกูเรย่า, เอริค การ์เซีย, เปา โคนร์เรส, ออสการ์ กิล – ไม่เกล เมริโน่, มาร์ติน ซูบิเมนดี้, เปดรี – ดานี่ โอลบด, ราฟา มีร์, ไม่เกล โอยาร์ซาบัล

ลีลล์ โค่น เปแอสเช 1-0 ซิวแชมป์ซูเปอร์ คัพ หนแรก

ลีลล์ โชว์ได้สมราคา แชมป์ ลีก เอิง ข้างหลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปได้ 1-0 ครองแชมป์ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ไปครองเป็นสมัยเเรก

การแข่งขันชิงชัยบอล เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ที่สนามบลูมฟิลด์ สเตเดียม, เทล อาวีฟ (อิสราเอล) “ตราสุนัข” ลีลล์ แชมป์ ลีก เอิง ประเทศฝรั่งเศส ดวลเดือดกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์เฟรนช์ คัพ

ลีลล์ แชมป์ลีก เอิง ส่งคู่หอกเก่ง โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ ส่วน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์เฟร้นช์ คัพ มี เมาโร การ์ดี้ ยืนหน้าเป้าผลที่ตามมา ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 45 ลีลล์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ บูรัค ยิลมาซ ส่งบอลให้ เชกา ตะบันด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเฉียบขาด ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ช่วงหลัง เป็น เปแอสเช ที่ครองบอลได้มากกว่าอย่างได้ชัด จนกระทั่งนาทีที่ 71 เมาริซิโอ โปเชตว่ากล่าวโน จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวส่ง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม อดีตกาลมิดฟิลด์หงส์แดง ลงมาเพื่อหวังยกระดับเกมแดนกลาง

ต่อจากนั้นนาทีที่ 74 เปแอสเช เกือบจะตีเสมอ จากจังหวะที่ เมาโร อิคาร์ดี ยิงเข้าไปแล้ว แม้กระนั้นโดนผู้ตัดสินจับล้ำหน้า

ช่วงเวลาที่เหลือเปแอสเช พยายามลุยใส่ ลีลล์ อย่างหนัก แม้กระนั้นในที่สุดก็เจาะเข้าไปทำคะแนนมิได้ จบเกม ลีลล์ เป็นข้างเอาชนะ 1-0 ครองแชมป์ โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิย็องส์ หรือ เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ ในปีนี้ไปครอง ก่อนที่จะลีก เอิง ฤดูกาลใหม่จะเริ่มในสุดสัปดาห์หน้า

นายใหม่หน้าเก่า! “อัลเลกรี” หวนคุมกลุ่มกระทั่งถึง “โรนัลโด้” คือกำลังสำคัญ ยูเวนตุส

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือใหญ่ของสมาพันธ์ ยูเวนตุส ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ออกมารับรองว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยังคงค้าลำแข้งใน ตูริน ต่อไป ท่ามกลางข่าวซุบซิบเรื่องการย้ายกลุ่มก่อนข้อตกลงของเขาจะหมดลง ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์ อิฟนิงนิวส์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่นที่แล้วตกเป็นข่าวสารเชื่อมโยงกับกองหน้าชาวโปรตุกีสมาตลอดตอนซัมเมอร์ ภายหลังที่มีกล่าวว่าเจ้าตัวบางทีอาจต้องย้ายกลุ่มเนื่องจากว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทางการคลังของกลุ่ม เบียงวัวเนรี รวมทั้งผลงานที่ล้มเหลวจากฤดูก่อน

อย่างไรก็ตาม อัลเลกรี ซึ่งได้รับการตั้งให้กลับมาทำหน้าที่กุนซือของ ยูเวนตุส เป็นคำรบสองได้รับรองผ่านสื่อว่า เขายังคงต้องการเก็บ โรนัลโด้ เอาไว้กับกลุ่มต่อไป โดยได้มีการคุยกับผู้ครอบครองรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

“โรนัลโด้ เป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่รวมทั้งเป็นคนฉลาดหลักแหลม ผมได้คุยกับเขาเมื่อวานนี้ดังที่ทำกับผู้อื่นผมบอกเขาว่านี่เป็นซีซั่นที่สำคัญรวมทั้งผมดีอกดีใจที่ได้เจอกับเขาอีกที ในตอนนี้เขาต้องรับผิดชอบเยอะขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากว่า 3 ปีที่ผ่านมาเราเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์เยอะขึ้น ในเวลาที่มีนักเตะดาวรุ่งอยู่ในกลุ่มด้วย”

“ผมคาดหมายไว้มากกับเขาในเรื่องของความรับผิดชอบ เขามีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมรวมทั้งฟิตมาก มันมีขณะที่แตกต่างออกไปในหนึ่งซีซัน เราต้องลงเล่นหนึ่งเกมในทุกๆสามวัน ผมก็เลยควรต้องเวียนนักเตะ รวมทั้งให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมด้วย” อัลเลกรี กล่าว

ย้ายหรือเปล่าย้าย? “ฮาแลนด์” เปิดใจข้างหลังถูกลือหนักจัดแจงซบ เชลซี ซัมเมอร์นี้

เอ้อร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าฟอร์มรุนแรงของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับอนาคตของตน ภายหลังที่กลายเป็นข่าวกับ เชลซี ทีมมหาเศรษฐีจาก พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก เดลี่เมล์

เชลซี กลายเป็นข่าวไล่ล่าตัว ดาวยิงวัย 21 ปี โดยมีกล่าวว่าพวกเขาพร้อมทุ่มเงินกว่า 150 ล้านปอนด์ พร้อมแถมนักฟุตบอลบางรายเป็นข้อเสนอให้กับ “เสือเหลือง” ใคร่ครวญ แม้กระนั้นก็โดนไม่ยอมรับเป็นที่เรียบร้อย

เว้นเสียแต่ เชลซี แล้ว ฮาแลนด์ ยังมีข่าวกับ เรอัล มาดริด รวมทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจดึงกองหน้ารายนี้ไปล่าตาข่ายเช่นเดียวกัน แม้กระนั้นก็ยังไม่มีรายงานหัวข้อการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการจากทั้งคู่ทีม

แต่ ดาวซัลโวของดอร์ทมุนด์ ก็ได้ออกมาเอ่ยถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกข้างหลังกลับมาเก็บตัวช่วงพรีซีซั่นกับสมาคมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวบอกว่าข่าวที่ออกมานั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

“ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้คุยกับเอเยนต์ (มิโน่ ไรโอล่า) มาเป็นเดือนแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวคุณก็ได้คำตอบเรียบร้อย มันเป็นแค่ข่าวซุบซิบ เนื่องจากว่าค่าตัวขนาดนั้นมันสูงมากๆสำหรับคนคนหนึ่ง”

“ผมยังเหลือข้อตกลงอีกสามปี ผมเป็นสุขที่ได้อยู่ตรงนี้ แม้กระนั้นแน่ๆว่าการได้แชมป์เกิดเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากว่าโน่นเป็นสิ่งที่ผมอยาก” ฮาแลนด์ กล่าว